Shri Ekadasha Rudra Puja

Como (Italy)


Feedback
Share

ศรีเอกาทศะรุทระบูชา แฟกเกตโต้ ลาริโอ, โคโม, อิตาลี, 16 กันยายน ค.ศ. 1984

วันนี้ เราจะทำบูชาพิเศษที่แสดงความรุ่งโรจน์ของเอกาทศะรุทระ
รุทระเป็นพลังทำลายล้างของศิวะ ของจิตวิญญาณ หนึ่งในพลังที่เป็นธรรมชาติของพระองค์คือ การให้อภัย
พระองค์ให้อภัยเพราะเราเป็นมนุษย์ เราทำผิดพลาด เราทำสิ่งที่ผิด เราถูกหลอกล่อให้ทำสิ่งผิด สติของเราถูกรบกวน – ดังนั้น พระองค์อภัยเรา พระองค์ยังให้อภัย เมื่อเราทำพรหมจรรย์แปดเปื้อน เราทำสิ่งที่ไร้ศีลธรรม เราลักขโมย และเราทำสิ่งที่ต่อตัานพระเจ้า พูดต่อต้านพระองค์

พระองค์ยังให้อภัยความผิวเผินของเรา ความริษยา ราคะ ความโกรธ และพระองค์ยังให้อภัยการยึดติดของเรา ความอิจฉา กิเลส และการถูกครอบงำด้วย พระองค์ให้อภัยพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัว และการอยู่ใต้อำนาจของการกระทำผิด  แต่ทุกการกระทำมีการโต้กลับ และเมื่อพระองค์ให้อภัย พระองค์คิดว่าท่านได้ให้การผ่อนผันครั้งใหญ่แก่คุณ และการโต้กลับนั้นเกิดขึ้นเป็นความพิโรธภายในพระองค์ ต่อผู้ที่ได้รับการอภัยที่พยายามทำผิดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ หลังการตระหนักรู้ เพราะพรอันยิ่งใหญ่ของการตระหนักรู้ – คุณได้รับแสงสว่าง และในแสงสว่างนั้น หากคุณยังถืองูพิษในมือเช่นนั้นความพิโรธของพระองค์เกิดขึ้นเพราะท่านเห็นว่าคุณโง่เขลา
(ผู้แปลภาษาอิตาเลียนสับสน คุณแม่จึงพูดซ้ำ)

แม่กำลังบอกว่าโดยเฉพาะหลังการตระหนักรู้ พระองค์มีความรู้สึกไหวมากกว่าเดิมว่า คนที่ได้รับการอภัยและได้สิ่งที่ยิ่งใหญ่มากเช่นการตระหนักรู้ในตนเองยังคงทำสิ่งผิดนั่นทำให้พระองค์พิโรธยิ่งขึ้น
ดังนั้น เพื่อความสมดุล การให้อภัยเริ่มลดลงและความพิโรธเริ่มเพิ่มขึ้น
แต่เมื่อพระองค์ให้อภัยและผลของการให้อภัยนั้นคุณรู้สึกขอบพระคุณ จากนั้น พรของพระองค์เริ่มไหลรินสู่คุณ พระองค์มอบความสามารถอันไพศาลที่จะให้อภัยผู้อื่นแก่คุณ พระองค์สงบความโกรธของคุณ พระองค์สงบราคะของคุณ พระองค์สงบตัณหาของคุณ เหมือนหยดน้ำค้างอันสวยงาม พรของพระองค์มาสู่ตัวเราและเรากลายเป็นดอกไม้ที่สวยงาม และเราเริ่มส่องประกายในแสงอาทิตย์แห่งพรพระเจ้า

เวลานี้ พระองค์ใช้ความพิโรธของพระองค์หรือพลังทำลายล้างของพระองค์เพื่อทำลายล้างทุกสิ่งที่พยายามก่อปัญหากับเรา พระองค์คุ้มครองวิญญาณตระหนักรู้ทุกแห่ง ทุกวิถีทาง พลังไม่ดีพยายามโจมตีสหจะโยคี แต่ทุกอย่างก็ถูกทำลายล้างด้วยพลังคุ้มครองอันมหาศาลของพระองค์
โดยผ่านทางสติรู้ในไวเบรชั่นของพระองค์เราได้รับการนำทางเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
พรอันงดงามทุกประการของพระองค์บรรยายไว้ในเพลงสวดบทที่ 23 ใช่ไหม คือเพลงสวดบทที่ 23 …”พระองค์เป็นผู้อารักขาเรา” ได้บรรยายไว้หมดว่าพระองค์ดูแลคุณอย่างไรในฐานะผู้อารักขาฝูงแกะ

แต่พระองค์ไม่ดูแลคนเลว พระองค์ทำลายพวกเขา คนที่เข้ามาในสหจะโยคะและยังคงทำตัวเลวๆ จะถูกทำลาย คนที่มาสหจะโยคะและไม่นั่งสมาธิและไม่เติบโต พระองค์จะทำลาย หรือไม่พวกเขาก็ถูกโยนออกไปจากสหจะโยคะ คนที่บ่นว่าพระเจ้าและใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะกับการเป็นสหจะโยคี  พระองค์เคลื่อนย้ายเขาออกไป ก็คือ พลังด้านหนึ่งพระองค์ปกป้องคุ้มครอง ด้วยพลังอีกด้านหนึ่งพระองค์โยนออกไป แต่พลังทำลายล้างของพระเจ้าเมื่อเพิ่มขึ้นมากเกินไปเราเรียกว่า – ตอนนี้เอกาทศะรุทระกำลังทำงาน

เอกาทศะรุทระนี้จะแสดงออกมาเมื่อศรีกัลกีจะเริ่มทำงาน หมายถึงพลังทำลายล้างซึ่งจะทำลายด้านลบทั้งหมดบนโลกนี้และรักษาด้านบวกทั้งหมดไว้ ดังนั้น จำเป็นมากสำหรับสหจะโยคีทุกคนที่จะเร่งก้าวขึ้นสูงทางจิตวิญญาณ ไม่มัวพึงพอใจกับชีวิตทางโลกหรือชีวิตแต่งงานหรือพรต่างๆ นานาที่พระเจ้ามอบให้คุณ เราเห็นตลอดว่าพระองค์ทำอะไรเพื่อเรา พระองค์เป็นความมหัศจรรย์สำหรับเรา แต่เราต้องเห็นว่าเราทำอะไรให้ตัวเองบ้าง เราทำอะไรเพื่อการเติบโตและก้าวสูงขึ้นทางจิตวิญญาณของเราเองบ้าง

จาก…ทั้งหมด 11 ศูนย์พลัง…เอกาทศะ แปลว่า 11 จำนวน 5 มาจากฝั่งขวาของวอยด์ อีก 5 มาจากฝั่งซ้ายของวอยด์ของคุณเอง
5 แรกบนฝั่งซ้ายมาจาก : หากคุณก้มกราบคุรุผิดๆ หรือหากคุณอ่านหนังสือผิดๆ หรือหากคุณคบหาสมาคมกับคนผิดๆ หรือหากคุณมีความสงสารคนที่เดินทางผิด หรือคุณเองเป็นตัวแทนหรือเป็นคุรุของคนผิดๆ

5 ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ หากเราเลิกเด็ดขาดในสิ่งผิดที่เคยทำ เช่นที่โมฮัมหมัด ซาฮิบเคยบอกไว้ว่าคุณต้องตีไชตัน หมายถึง ซาตาน ด้วยรองเท้า แต่ไม่ใช่ทำอย่างเครื่องจักรกลแต่ทำด้วยหัวใจ เช่นหลายคนที่มาสหจะโยคะจะบอกแม่ว่า “พ่อของผมติดตามคุรุคนนี้ พ่อของคนนั้นติดตามคุรุคนนั้น” และเข้าไปพัวพันกับพ่อหรือแม่หรือน้องสาว นี่ นั่น และพยายามพาพวกเขาออกมาจากคุรุพวกนั้นก็จะพลอยติดไปด้วย

หรือบางคนยอมล่าถอยให้กับอำนาจอื่น เช่น แม่รู้เรื่องของมอ รีนเธอติดตามแม่ และพ่อแม่ของเธอกับพ่อแม่สามีของเธอบอกว่าเด็กต้องรับศีลจุ่ม และแม่บอกเธอว่า จะให้เด็กรับศีลจุ่มไม่ได้เพราะเด็กคนนี้เป็นวิญญาณตระหนักรู้ แต่เธอไม่สามารถยืนยันต่อต้านเรื่องนี้ และเธอพาเด็กไปรีบศีลจุ่มและเด็กกลายเป็นเด็กตลกมาก – เหมือนเด็กบ้า ทีนี้เธอจึงเลิกทุกสิ่งและเธอปลอดภัยแล้ว แต่สมมุติเธอมีลูกอีกคนและคงทำแบบเดิม ลูกคนที่สองจะเป็นอะไรที่แย่ลงไปอีกมากๆ 
และปัญหาของสหจะโยคีก็คือว่าใครก็ตามที่มาโปรแกรมสหจะโยคะคิดว่าตัวเองเป็นสหจะโยคี – ไม่ใช่แบบนั้น

แม้ว่าคุณจะมีสัมผัสที่แรงมาก หรือคุณจะรู้สึกภายในร่างกาย หรือด้วยความคิดของคุณคุณจะเข้าใจว่าสหจะโยคะคืออะไร คนที่ยังคงอยู่ด้านลบจะถูกดึงดูดจากอีกคนที่เป็นด้านลบที่แรงมากกว่ามาก และไม่เข้าใจว่าคนนั้นเป็นด้านลบที่แรงมากแต่กลับประทับใจ ภายใต้สภาพเช่นนี้ คนๆ นั้นถูกโจมตีจากคนด้านลบและศรีศิวะไม่สามารถปกป้องได้
เราไม่ควรสงสารใครก็ตามที่เป็นด้านลบ ไม่ว่าเขาเป็นบ้า ไม่ว่ามีความผิดปกติอะไรกับเขา ไม่ว่าเป็นญาติของคุณ หรืออะไรก็ตาม ไม่สงสาร ในทางตรงข้าม ตรงนั้นควรใช้ความโกรธกับคนๆ นั้น แบบไม่ยึดติด โกรธอย่างปล่อยวาง และโกรธแบบปล่อยวางเท่านั้นเมื่อคุณต้องโกรธ แต่แม่เคยเห็นคนที่โกรธสหจะโยคีที่ดีมากแต่ไม่โกรธสามีตัวเองหรือภรรยาที่เป็นด้านลบสุดๆ

ดังนั้น เมื่อเอกาทศะรุทระเริ่มทำงานกับ 5 ด้านนี้บน เราควรเรียกว่า บนฝั่งขวามันเคลื่อนไป เพราะมันมาจากฝั่งซ้ายและเคลื่อนไปฝั่งขวา แล้วคนนั้นเริ่มกลายเป็นด้านลบแต่แสดงออกด้วยอีโก้ของเขา
คนแบบนั้นอาจฉกฉวยสถานการณ์เป็นของตัวและพูดว่า “ฉันเป็นสหจะโยคีแบบนี้แบบนั้นและเพราะฉันเป็นดังนั้นเราควรทำแบบนี้และเราควรประพฤติแบบนี้” และเริ่มบงการผู้คน สามารถทำอะไรต่างๆ นานา และสหจะโยคีครึ่งๆ กลางๆ หรือธรรมดาสามัญบางคนอาจพยายามเข้าใจเขา แต่สหจะโยคีส่วนใหญ่จะรู้ว่า “คนๆ นี้กำลังจะหลุดออกไป ตอนนี้เขาอยู่บนทางออก”

ดังนั้น สิ่งต่างๆ ทั้งหมดนี้นำไปสู่การก่อตัวของฝั่งซ้าย หรือเราอาจเรียกมันบนศีรษะว่า ฝั่งขวามือของเมธาของคุณ แผ่นนี้ แผ่นสมองเรียกเป็นภาษาสันสกฤตว่า เมธา
ทีนี้ ฝั่งขวา มาจากความคิดของคนที่ “ตัวฉันเป็นอาจารย์ใหญ่” พวกเขาเริ่มสั่งสอนเรื่องสหจะโยคะด้วย ราวกับว่าพวกเขากลายเป็นคุรุผู้ยิ่งใหญ่ เราเคยรู้บางคนสอนบรรยายใหญ่โตในโปรแกรมและไม่เคยเปิดเทปของแม่เลยหรืออะไรก็ตาม พวกเขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญ

และพวกเขาบางคนพูดว่า ตอนนี้เรากลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่เราไม่จำเป็นต้องแช่เท้าหรือทำอะไร เราไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิ – มีบางคนเป็นแบบนี้ และก็มีบางคนพูดว่า บาปแตะต้องเราไม่ได้ ตอนนี้เราเป็นสหจะโยคี เราเป็นวิญญาณที่วิวัฒนาการอย่างยิ่งใหญ่แล้ว
แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือคนที่อ้างชื่อแม่พูดว่า “คุณแม่เคยบอกไว้และฉันบอกคุณเพราะคุณแม่เคยพูดไว้” – ทั้งๆ ที่แม่ไม่เคยพูดเรื่องนั้น เป็นเท็จทั้งหมด

และมีบางคนใช้เงินของสหจะโยคะและหาประโยชน์จากสหจะโยคะ หาประโยชน์จากพวกเขา  บางครั้งรวมถึงสหจะโยคีด้วย และคนเช่นนี้กลายเป็นคนอวมงคลอย่างยิ่ง ใครก็ตามที่พยายามทำเช่นนี้จะออกจากสหจะโยคะไปอย่างน่าอาย แต่เราไม่ควรเข้าใกล้คนแบบนี้ ไม่ต้องทำอะไรกับคนแบบนี้ ไม่ต้องสงสาร เพราะความอวมงคลนี้จะทำร้ายทุกคนไม่สิ้นสุด ดังนั้น อยู่ห่างคนแบบนี้ดีกว่า
เมื่อเอกาทศะทั้ง 10 ก่อตัวขึ้นในบุคคล คนนั้นจะเป็นโรคเช่นมะเร็งและโรคน่ากลัวที่รักษาไม่ได้แน่นอน โดยเฉพาะเมื่อพลังที่ 11 ซึ่งอยู่ตรงนี้ซึ่งเป็นจักระของวิราฏ ซึ่งเป็นการรวมกลุ่ม – เมื่อจุดนี้ติดไปด้วย คนนั้นไม่สามารถหายจากโรคได้

แต่นี่…นอกจากนี้ แค่ 5 รวมกับ สมมุติ รวมกับมูลธาระหรือกับอากญาแล้วพวกเขาได้รับโรคชนิดร้ายแรง นั่นเป็นเหตุที่แม่พูดเสมอว่าให้ระมัดระวังจักรอากญาของคุณ เพราะนั่นเป็นจุดที่เลวร้ายที่สุดจุดหนึ่ง ซึ่งเมื่อเริ่มรวมกับเอกาทศะนี้ แค่บางส่วนอะไรก็เกิดขึ้นได้กับคนๆ นั้น เขาอาจพบอุบัติเหตุร้ายแรง เขาอาจโดนตีจากใคนบางคน ถูกฆ่า อะไรก็เกิดขึ้นได้กับคนๆ นั้น ที่ติดอากญาขวาและหนึ่งในเอกาทศะ ไม่ว่าขวาหรือซ้าย
นั่นหมายความว่า 5 จุดนี้ หากจุดใดจุดหนึ่งจาก 5 จุด หากรวมกับอากญา พลังปกป้องของพระเจ้าจะลดน้อยถอยลง

เพื่อรักษาจักระอากญาของคุณให้เป็นปกติ เช่นตอนนี้แม่กำลังพูด ตอนนี้คุณควรมองแม่ตลอด เพื่ออยู่ในสติรู้ที่ปราศจากความคิดและจักระอากญาได้รับการผ่อนคลาย
แต่อย่าเอาสติออกไปตรงนี้ตรงนั้นตลอดเวลา จากนั้นคุณจะพบว่าสติของคุณจะค่อยๆ เป็นกลางเข้าสู่สติรู้ที่ปราศจากความคิด และสติของคุณจะถูกรักษาไว้ในอาการที่คุณไม่มีกังวลในเรื่องใดๆ

ในสติรู้ที่ปราศจากความคิดไม่มีใครแตะต้องคุณได้ นั่นเป็นป้อมปราการของคุณ เราต้องตั้งมั่นสติรู้ที่ปราศจากความคิดด้วยการนั่งสมาธิ นั่นเป็นเครื่องหมายว่าคุณกำลังก้าวสูงขึ้นกว่าเดิม หลายคนนั่งสมาธิและพูดว่า “ใช่แล้วคุณแม่เรานั่งสมาธิ” พวกเขาทำและพูดราวกับเครื่องจักรกล “ผมทำอยู่ ฉันทำอยู่ และทำอยู่” แต่คุณได้สติรู้ที่ปราศจากความคิดของคุณ อย่างน้อยที่สุดของน้อยที่สุดหรือยัง คุณรู้สึกลมเย็นออกมาจากศีรษะของคุณไหม มิฉะนั้น หากคุณทำอะไรอย่างเครื่องจักรกล มันไม่ช่วยอะไร ไม่ช่วยคุณและไม่ช่วยคนอื่นๆ เลย

ดังนั้น ภายหลังการตระหนักรู้เพราะคุณได้รับการคุ้มครองอย่างดีคุณรับพรทุกประการและอนาคตอันสดใสคุณมีความเป็นไปได้อันยิ่งใหญ่ของการทำลายล้างอย่างสมบูรณ์ แม่จะพูดอุปมาอุปไมยว่า คุณกำลังปีนขึ้นสูง และทุกคนสนับสนุนการปีนขึ้นของคุณ จับมือคุณ และมีหลายสิ่งมากที่คุณได้รับการปกป้อง เพื่อที่มุ่งขึ้นไป ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะพลาดตกลงไปด้วย แต่หากคุณพยายามฉีกทิ้งสายสัมพันธ์กับสัจธรรมและความรักของคุณ ทุบตีผู้คนที่กำลังช่วยสนับสนุนคุณตลอดเวลา เช่นนี้คุณตกลงไปจากจุดที่สูงมาก สูงมากกว่า แม่หมายถึง คุณขึ้นสูงมากเท่าไรคุณตกลงมามากเท่านั้นและด้วยกำลังที่มากกว่าด้วย ลึกมากกว่า
แต่ทุกๆ มานะที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำให้ ทุกๆ การสนับสนุนที่มอบให้คุณ ทุกๆ การดูแลที่มอบให้ – แม้กระนั้น หากคุณต้องการตกจากความสูงนั้นมันอันตรายมาก

แต่เอกาทศะรุทระ ณ เวลานั้น ณ เวลาที่ใครบางคนพยายามทำร้ายเหตุของสหจะโยคะหลังจากเข้ามาในสหจะโยคะนั่นจะทำให้คุณถูกตีอย่างหนักการโจมตีทั้งหมดแผ่ขยายไปมาก แต่ครอบครัวทุกคนได้รับการปกป้องไว้หากมีบางคนในครอบครัวนั้นปฏิบัติสหจะโยคะ จะได้รับการปกป้อง แต่ในกรณีที่ครอบครัวต่อต้านสหจะโยคีตลอดเวลาและพยายามก่อปัญหาให้พวกเขา จะถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ในลักษณะที่แย่มาก

เอกาทศะรุทระนี้ออกมาจากวอยด์ตามที่แม่บอกคุณ ดังนั้น เราสามารถพูดว่าส่วนของการทำลายล้างส่วนใหญ่มากจากวอยด์ได้ แต่พลังทั้งหมดถูกมอบให้ผู้เดียวนั่นคือ มหาวิษณุ ซึ่งคือพระเยซูคริสต์ เพราะพระองค์เป็นผู้สนับสนุนจักรวาลทั้งหมด พระองค์เป็นโอมการ พระองค์เป็นไวเบรชั่น ดังนั้นเมื่อพระองค์พิโรธจะทำให้จักรวาลทั้งหมดเริ่มแตก เพราะพระองค์เป็นพลังของพระแม่ซึ่งทะลุเข้าไปในทุกอะตอม ในทุกโมเลกุล และในมนุษย์ทุกคน ในทุกสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต เมื่อถูกรบกวนทุกสิ่งเข้าสู่อันตราย ดังนั้นความพึงพอใจของพระคริสต์มีความสำคัญมาก

พระคริสต์กล่าวว่า “คุณต้องเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ” นั่นคือ ความไร้เดียงสา ความบริสุทธิ์ของหัวใจเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำให้พระคริสต์พึงพอใจ
ที่เป็นอยู่โดยเฉพาะในตะวันตกผู้คนพัฒนาสมองไปมากเกิน พวกเขาพยายามเล่นคำและคิดว่าไม่มีใครรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไร คนแบบนั้นทุกคนต้องรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำพระเจ้าล่วงรู้หมด

ถ้าในหัวใจของคุณไม่สะอาด มันอันตรายมากที่ใครจะทำท่าทางราวกับว่าเขาเป็นสหจะโยคีที่ดีเลิศ คนแบบนั้นไม่ได้ถูกครอบงำ หรือพวกเขามีเงื่อนไขใดๆ หรือเป็นพวกอีโก้ แต่พวกเขาเป็นคนฉลาดเจ้าเล่ห์มาก และพวกเขารู้จากสิ่งที่พวกเขาทำ แต่ มีคนที่ถูกครอบงำเหมือนกันและในสภาพนั้นพวกเขา พวกเขาพยายามทำร้ายตัวเองหรือร้องไห้บีบน้ำตาและทำทุกสิ่งเหล่านี้
มีบางคนคิดว่าหากพวกเขาทำร้ายตัวเองหรือทำอะไรสุดโต่งแล้วพระเจ้าจะมีความสุข – นั่นผิดพลาดอย่างยิ่ง

หากคุณไม่สามารถเบิกบานในสหจะโยคะ นั่นคุณควรรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับคุณ
หากคุณไม่สามารถรู้สึกมีความสุขในสหจะโยคะ นั่นคุณต้องรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติชัดเจนกับคุณ
หากคุณไม่สามารถเบิกบานกับการคบหากับสหจะโยคี นั่นชัดเจนว่ามีบางอย่างผิดปกติกับคุณ
หากคุณไม่สามารถหัวเราะและชื่นชมความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า นั่นมีสิ่งผิดปกติกับคุณ

หากคุณยังกังวลเรื่องคนด้านลบและปัญหาของพวกเขา นั่นจงรู้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติกับคุณ
หากคุณสงสารคนด้านลบ นั่นก็มีบางสิ่งผิดปกติกับคุณด้วย
แต่หากคุณโกรธด้านลบและด้านลบทั้งหมดที่ต่อต้านสหจะโยคะ นั่นคือคุณอยู่ถูกที่

เมื่อสิ่งเหล่านี้เติบโตเต็มที่เมื่อนั้นคุณกลายเป็นพลังของเอกาทศะรุทระเอง ใครก็ตามที่พยายามเหยียดหยามหรือทำร้ายคุณจะล่มสลายไป มันเคยเกิดกับหลายคนที่พยายามเหยียดหยามแม่หรือพยายามทำร้ายแม่หรือหนทางอื่นๆ…บางทีแม่ก็เป็นห่วงพวกเขาเหมือนกัน
ดังนั้น เราต้องอยู่ในหนทางที่จะกลายเป็นเอกาทศะ ไม่มีใครแตะต้องคนเช่นนั้นได้ แต่คนเช่นนั้นจะเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาและให้อภัย และผลลัพธ์คือ เอกาทศะทำงานเร็วขึ้น ยิ่งคุณเมตตามากเท่าไรเอกาทศะยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งคุณกลายเป็นส่วนรวม เอกาทศะยิ่งทำงาน

หลายคนมีนิสัยถอยหลังเข้าคลองกลับไปสู่การแยกตัวและพูดว่า “โอ้ เราอยู่บ้านดีกว่าและปกติดี” แต่พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาพลาดอะไร
ไม่ว่าประสบการณ์ของคุณกับคนอื่นจะเป็นอย่างไร คุณควรอยู่ด้วยกัน เข้าโปรแกรมเสมอ รับภาวะผู้นำ เดินหน้าไป ทำให้สำเร็จและคุณจะได้รับพรนับพันทบ

เอกาทศะรุทระเป็นพลังทั้งหมดที่แม่จะบอกว่าเป็นพลังทำลายล้างมารวมกัน เป็นพลัง พลังทำลายล้างของศรีกเณชา เป็นพลังทำลายล้างของบราหมา วิษณุ มเหชา เป็นพลังทำลายล้างของพระแม่ เป็นพลังทำลายล้างของกเณชา…และอีก 4 คือ ไภรวะและหนุมานะ การติเกยะและกเณชา ยังมีพลังของสดาชิวะและของอดิศักติดัวย พลังทำลายล้างทั้งหมดของอวตารทุกองค์คือเอกาทศะ
ลำดับต่อไปแต่ไม่ใช่ลำดับสุดท้ายเป็นพลังทำลายล้างของหิรัญครรภาซึ่งเป็นบราหมาเดวาของกลุ่ม และพลังนี้เมื่อทำงานทุกอะตอมระเบิดออก พลังปรมาณูทั้งหมดกลายเป็นพลังทำลายล้าง

พลังทำลายล้างทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์ก็คือเอกาทศะรุทระ ซึ่งทรงพละกำลังสูงสุด ระเบิดออก แต่ไม่มืดบอด ซึ่งมีวิจารณญาณสูงมากและถักทออย่างละเอียดปราณีตที่สุด ซึ่งจะหลบเลี่ยงจุดที่ดีงามและโจมตีแต่สิ่งที่ผิดและโจมตี ณ เวลาที่ถูกต้อง ณ จุดที่ถูกต้อง โดยไม่โจมตีสิ่งที่ดีที่อยู่ระหว่างกลาง
เมื่อการชำเลืองตาของเอกาทศะรุทระมองดูใครสักคน พูดเป็นตัวอย่าง และมีบางอย่างที่อยู่ระหว่างกลางซึ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเป็นด้านบวก พลังจะทะลุผ่านด้านบวกโดยไม่ทำให้เจ็บปวดและโจมตีด้านลบ พลังจะทำให้บางคนเย็นลงและเผาไหม้บางคน แต่ไม่แช่แข็ง พลังไม่แช่แข็ง พลังทำให้เย็นลง (หัวเราะ)

นี่คือวิธีที่พลังทำงานด้วยความเอาใจใส่และอ่อนโยน และพลังเฉียบคมที่สุดด้วย และมันจะเจ็บปวดมาก มันไม่เหมือนตัดคอในดาบเดียว มันจะดำเนินไปอย่างช้าๆ ช้าๆ
ความทรมานที่น่าสะพรึงกลัวทั้งหมดที่คุณเคยเรียนรู้หรือได้ยินมาเป็นเพียงการปรากฏของเอกาทศะด้านเดียว ยกตัวอย่าง กรณีของมะเร็ง ในมะเร็งคุณเห็นว่า เอาจมูกออกไป เอาลิ้นออกไป จากนั้นเอาหลอดอาหารออกไป แล้วทุกอย่างดำเนินไป ทีละหนึ่งอย่าง เอาออกไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส คุณเห็นอยู่

ยกโรคเรื้อนเป็นตัวอย่าง ผู้ป่วยโรคเรื้อนไม่มีความรู้สึกที่นิ้วของเขา พวกเขาไม่สามารถรู้สึกถึงนิ้วตัวเอง ดังนั้น…หนูสักตัวหรืออะไรสักอย่างกินนิ้วพวกเขา พวกเขาก็ไม่รู้สึก ดังนั้นพวกเขาเริ่มสูญเสียนิ้วไป นั่นคือวิธีที่เอกาทศะกลืนกินผู้คน สังหารคน

แต่ความพิโรธของพระบิดาสามารถเป็นความอ่อนโยนมากๆ และสามารถอ่อนหวานมากๆ เมื่อเป็นลูกๆ ของพระองค์เอง เรื่องราวนั้นเนื่องจากพระแม่ – ครั้งหนึ่งพระแม่พิโรธมากท่านปฐมมารดา และพระนางโกรธมาก พระนางต้องการทำลายล้างโลกทั้งหมดด้วยพลังเอกาทศะของพระนางและพระนางพยายามทำลายล้างโลกทั้งหมด เมื่อพระนางเข้าไปสู่อารมณ์นั้น พระบิดาเองรู้สึกว่าพระนางโกรธมากเกินไปหน่อย ดังนั้น เมื่อพระนางเริ่มการทำลายล้าง และพระนางไปทางขวาและทางซ้าย พระบิดาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ดังนั้นพระองค์จึงอุ้มลูกของพระนางซึ่งหมายถึงตัวแทนของสหจะโยคี คุณสามารถพูดเช่นนั้นก็ได้ ตัวแทนของพระคริสต์ หรือตัวแทนของใครสักคนที่เป็นบุตรอันยิ่งใหญ่ของพระนาง และพระองค์วางลูกไว้ใต้เท้าของพระนาง และเมื่อพระนางกำลังจะกระทืบเท้า ทันใดนั้นพระนางมองเห็นลูกของพระนางนอนอยู่ใต้ฝ่าเท้า และลิ้นยาวๆ ของพระนางแลบออกมา พระนางหยุดทันที เข้าสู่ความสมดุล แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (หัวเราะ)

และ หลังจากเอกาทศะรุทระ ที่สุดแล้วการทำลายล้างอย่างเบ็ดเสร็จบริบูรณ์ผ่านมาทางความพิโรธของสดาศิวะ เมื่อการทำลายล้างอย่างบริบูรณ์ครั้งสุดท้ายเริ่มขึ้น
เราได้รู้แล้วว่าเอกาทศะรุทระทำงานอย่างไรและสหจะโยคีต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นเอกาทศะรุทระอย่างไร
เพื่อพัฒนาพลังนี้เราต้องพัฒนาพลังของการปล่อยวางอย่างมหาศาล พลังของการปล่อยวาง ปล่อยวางจากด้านลบ ตัวอย่างเช่น ด้านลบสามารถมาจากคนใกล้ชิดมากๆ เช่น พี่ชาย แม่ น้องสาว อาจมาจากเพื่อน อาจมาจากญาติ อาจมาจากประเทศชาติ อาจมาจากแนวคิดด้านการเมืองของคุณ แนวคิดด้านเศรษฐกิจ ต่างๆ นานาเช่นนี้ การยึดมั่นถือมั่นผิดๆ ทุกชนิดสามารถทำลายพลังของเอกาทศะรุทระของคุณ

ดังนั้น ไม่เพียงพอที่จะเอาแต่พูดว่า “ฉันอุทิศตนให้สหจะโยคะและฉันเป็นสหจะโยคี” แต่คุณต้องรู้คิดด้วยว่าสหจะโยคะคืออะไร เพื่อให้ความคิดคุณเข้าใจว่าสหจะโยคะคืออะไร เพราะโดยเฉพาะในฝั่งตะวันตกผู้คนนิยมใช้ความคิดจนเกินเลย และหากแสงแห่งสหจะโยคะไม่สามารถเข้าไปสู่ความคิดของพวกเขา คุณไม่สามารถเอาชนะการยึดติดของคุณได้
นี่ไม่ได้หมายความว่า คุณพูดเรื่องสหจะโยคะเยอะๆ หรือคุณสอนบรรยายเรื่องนี้ แต่ในความคิดให้คุณเข้าใจว่าสหจะโยคะคืออะไรด้วย

วันนี้เป็นวันพิเศษเมื่อถูกขอว่าเราควรมีเอกาทศะรุทระบูชา และมีเพื่อศาสนาผิดๆ ทุกนิกาย และคุรุผิดๆ และศาสนาผิดๆ ที่อ้างนามของพระเจ้า หรือศาสนาอื่นใดที่ไม่กล่าวถึงการตระหนักรู้ในตนเอง และไม่บรรลุการตระหนักรู้ในตนเอง และไม่ได้เชื่อมต่อกับพระเจ้า คือผิด
ดังนั้นทุกสิ่งที่แค่ศรัทธาและพูดถึงพระเจ้าโดยไม่มีการเชื่อมต่อกับพระเจ้าไม่สามารถเป็นศาสนาอันบริสุทธิ์ได้ แน่นอนว่า มันมอบความสมดุลให้ผู้คน แต่ในการมอบความสมดุลนั้น หากคนยังชีพด้วยเงินนั้นและพยายามสนุกสนานไปกับความมั่งคั่งจากเงินนั้น เช่นนี้แล้ว มันไม่เพียงแต่อยู่ที่ระดับต่ำสุดๆ ที่จะเป็นศาสนาได้

อย่างเช่นความสมดุล คุณรู้ว่า ศาสนาต้องมอบความสมดุลให้คุณเป็นปฐมบท แต่ในความสมดุลนั้นเมื่อพวกเขาบอกว่า “คุณต้องสมดุล จงมอบเงินให้ข้าเพื่อได้ความสมดุลนั้นไป คุณต้องมอบเงินให้ข้า หมดกระเป๋า มอบให้ข้าหมดเลย” เช่นนี้แล้วไม่สามารถสมดุลได้ มันไม่มีพรจากพระเจ้าเลยสักนิด หรือศาสนาใดที่ทำให้คุณก้มกราบคนอื่นที่ไม่ใช่อวตารของพระเจ้าก็ไม่ใช่ศาสนา นี่เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ผิดอย่างสิ้นเชิง
ศาสนาที่แท้จริงจะมอบความสมดุลให้คุณและจะพูดถึงการก้าวสูงขึ้นทางจิตวิญญาณเสมอ แต่พวกเขาจะไม่ขอเงินหรือทำให้คนธรรมดาคนใดคนหนึ่งยิ่งใหญ่เป็นที่เคารพ ดังนั้น เราควรเรียนรู้ลักษณะแตกต่างระหว่างสิ่งผิด สิ่งที่เป็นด้านลบ และสิ่งที่เป็นสัจธรรม

เมื่อคุณพัฒนาวิจารณญาณนั้นผ่านสติรู้ไวเบรชั่น หรือผ่านความคิดของคุณ คุณควบคุมตนเอง และแล้ว คุณกลายเป็นพลังเอกาทศะนั้นเมื่อคุณตั้งมั่นวุฒิภาวะของคุณแล้ว
วันนี้ แม่ให้พรคุณทุกคน ให้คุณทุกคนกลายเป็นพลังเอกาทศะรุทระและให้คุณพัฒนาความจริงใจที่จะนำคุณไปถึงภาวะนั้น
ขอพระเจ้าอวยพร
ศรีมาตาจี นิรมลา เดวี